อาชราฟ ลาซาร์ เจนัว ตกเป็นข่าวพร้อมยื่นข้อเสนอคว้าตัว อาชราฟ ลาซาร์ แบ็กซ้ายตกอับของ นิวคาสเซิ่ล มาเสริมทัพด้วยสัญญายืมตัวในช่วงต้นปี

    ย้อนกลับไปในช่วงซัมเมอร์ ดาวเตะโมร็อกโกเกือบได้ย้ายไปยังกริโฟเน่ในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะ แต่สุดท้ายดีลล่มทำให้เขาต้องกลับไปยังไทน์ไซด์

อดีตแข้ง ปาแลร์โม่ ออกมายอมรับว่ากุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ ไม่ยอมพูดคุยอะไรกับเขาเลย ซึ่งนั่นหมายความว่าอนาคตในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค คงจบสิ้นแล้ว

รายงานจากกัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต เปิดเผยว่าเดอะ แม็กพายส์จะปล่อยตัวเขาออกจากทีมด้วยสัญญายืมตัวในเดือนมกราคมนี้ และ เจนัว ก็เตรียมยื่นข้อเสนอเข้าไปอีกครั้ง

สำหรับ ลาซาร์ นั้นแจ้งเกิดในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา กับ ปาแลร์โม่ โดยลงเล่นไป 76 เกมทำได้ 3 ประตู ส่วนกับ นิวคาสเซิ่ล ที่เขาย้ายมาเมื่อปี 2016 เพิ่งจะมีโอกาสลงเล่นเพียง 9 เกมเท่านั้น

  ปิแอร์ - เอลเมอร์

ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง กองหน้า อาร์เซน่อล ออกมาแสดงความมั่นใจว่าทีมของตนพร้อมแล้วที่จะต่อสู้กับ สเปอร์ส ในการแย่งชิงตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกสำหรับซีซั่นหน้า

    ไก่เดือยทองจะไปเยือนถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์นี้ ด้วยฟอร์มที่คว้าชัยมาตลอด 3 นัดหลังสุด ขณะที่ปืนใหญ่ก็ไร้พ่ายมาตลอด 11 นัดที่ผ่านมา โดยเกมดังกล่าวนอกจากจะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีแล้ว ยังเป็นการแย่งชิงโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกโดยตรง

“มีการแข่งขันที่สูงมาก เรารู้ว่าพวกเขากำลังเล่นได้ดี เรารู้ว่ามันจะต้องเป็นเกมที่ยากแน่ แต่เราก็โฟกัสถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่” หัวหอกกาบองกล่าว

“เรารู้ว่าถ้าเราอยากเอาชนะ เราก็ต้องทำงานให้หนัก”

“ทั้งสองทีมกำลังเล่นกันได้ดีในช่วงนี้ ดังนั้นเราจึงรู้สึกถึงบรรยากาศ และความตื่นเต้น”

“ทุกคนกำลังพูดถึงเกมนี้ มันเป็นสิ่งพิเศษอยู่เสมอกับการได้เล่นเกมดาร์บี้แมตช์”

“ในฐานะนักเตะอาร์เซน่อล เราหวังเพียงแค่ว่าอาร์เซน่อลจะคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกได้ แต่เราก็รู้ว่ามันเป็นงานยาก และทั้งสองทีมก็อาจได้ไปทั้งคู่ มันจะเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม”

 

  บุสเก็ตส์เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กองกลาง บาร์เซโลน่า ออกมาสยบข่าวลือกับ แมนฯ ซิตี้ ด้วยการออกมาประกาศว่าพร้อมค้าแข้งกับต้นสังกัดไปจนกว่าจะแขวนสตั๊ด

    ก่อนหน้านี้ ดาวเตะวัย 30 ปีเคยออกมากล่าวชื่นชม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเรือใบจนมีข่าวเชื่อมโยงว่าเจ้าตัวอาจอยากย้ายไปร่วมงานกับเจ้านายเก่าในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม

อย่างไรก็ตาม มิดฟิลด์ทีมชาติสเปนได้ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เคยคิดจะอำลายักษ์ใหญ่กาตาลันเลย และพร้อมจะค้าแข้งกับทีมเพียงแค่สโมสรเดียวเท่านั้น

“ผมไม่เคยมองเห็นภาพตัวเองอยู่ที่อื่นเลย” บุสเก็ตกล่าวผ่านเดียริโอ สปอร์ต

“ที่ผมพูดถึงกวาร์ดิโอล่าไม่ใช่ว่าผมอยากเห็นตัวเองไปเล่นที่อื่น แต่เพราะผมมีเขาเป็นไอดอล ซึ่งนั่นคือเรื่องปกติ”

“ผมพูดมาตลอดว่ามันคงไม่ดีไปกว่านี้สำหรับผมในการย้ายไปที่อื่น ผมกับสโมสรถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน”

“ผมสนุกกับการเล่นเหมือนอยู่บ้านกับทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก กับเหล่านักเตะชั้นยอด เพื่อต่อสู้แย่งแชมป์ลีกในทุกๆ ปี ซึ่งก็มักจะชนะเป็นส่วนใหญ่ด้วย”

“มันไม่มีที่ไหนหรอกที่คุณจะสามารถทำแบบนี้ได้”

มาดริดเสมอรอัล มาดริด ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในตำแหน่งแชมป์กลุ่มได้สำเร็จหลังบุกชนะโรม่า 2-0 ส่วนทัพ “หมาป่าเหลืองแดง” ลอยลำเป็นที่ 2 แม้พ่ายคารัง

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 

โรม่า (อิตาลี) 0 – เรอัล มาดริด (สเปน) 2

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก้

โรม่า เจ้าถิ่นมีปัญหาใหญ่เมื่อ เอดิน เชโก้ กองหน้าตัวหลักบาดเจ็บเล่นไม่ได้ หน้าเป้าจึงใช้ พาทริค ชิค ส่วนแนวรับมีข่าวดี คอสตาส มาโนลาส ฟิตทันลงเล่น ด้านเรอัล มาดริด ส่วน คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล และ ลูกัส บาสเกซ เป็น 3 ประสาน ส่วน อีสโก้ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งสำรอง โดยเกมนี้ทั้ง เรอัล มาดริด และ โรม่า ผ่านเข้ารอบได้ตั้งแต่ก่อนลงสนามหลังจากผลอีกคู่เป็นใจที่ วิคตอเรีย พิลเซ่น บุกชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก 2-1

เริ่มเกมมานาทีที่ 6 โรม่าได้ทักทายก่อน อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ดักบอลได้จาก ลูกัส บาสเกซ ก่อนกดด้วยซ้ายในเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคาน ก่อนที่โคลารอฟจะมาประท้วงว่าจังหวะดักบอลนั้นโดนมือของ บาซเกซ แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

นาที 19 เกมหยุดลงชั่วขณะเมื่อ สเตฟาน เอล ชาราวี ตัวรุกโรม่ามีอาการบาดเจ็บ แต่กลับมาเล่นต่อได้

เรอัล มาดริด หาจังหวะจบในนาที 21 บาสเกซ เก็บบอลได้เขตโทษฝั่งขวาก่อนไหลให้ ลูก้า โมดริช วิ่งมายิงแต่บอลไปแฉลบ คาริม เบนเซม่า แต่เด้งตรงตัว โรบิน โอลเซ่น  ที่เกือบเสียจังหวะไปเช่นกันแต่ก็รับไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เอล ชาราวี ฝืนต่อไม่ไหว นาที 22 โรม่า ต้องเปลี่ยนให้ จัสติน ไคลเวิร์ต ลงเล่นแทน

โรม่า เกือบได้ประตูสุดๆ ในนาที 33 นิโคโล่ ซานิโอโล่ เปิดจากซ้ายเข้าเขตโทษให้  เกนกิช อุนแดร์ วิ่งมาตวัดติดบล็อก พาทริค ชิค ได้ซ้ำระยะ 10 หลาตรงตัว ติโบต์ กูร์กตัวส์ บอลเด้งมาหน้าเขตโทษ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ หวดด้วยซ้ายเต็มแรง หลุดกรอบไปแบบนิดเดียว

ท้ายครึ่งแรกนาที 38 เบนเซม่า จ่ายให้ ลูก้า โมดริช ตะบันด้วยขวาหน้าเขตโทษ แต่งัดบอลข้ามคานอย่างเสียของ ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 2 นาที เรอัล มาดริด ได้ประตูนำ 1-0  โรบิน โอลเซ่น เตะเคลียร์บอลทิ้งไม่ดี เฟเดรีโก้ ฟาซิโอ จะโหม่งอีกทีแต่โดนไม่ดีเพราะมี เบนเซม่า เบียดอยู่ บอลเลยเด้งไปถึง แกเร็ธ เบล ที่ยืนโล่งๆ ในเขตโทษ ก่อนที่ เบล จะแต่งยิงด้วยซ้ายเข้าไปง่ายๆ

อีก 2 นาทีถัดมา โรม่า น่าจะตีเสมอได้เมื่อ วาราน โหม่งเคลียร์ไม่ดี นิโคโล่ ซานิโอโล่ เก็บได้ในเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนแตะหนี โทนี่ โครส แล้วยิงด้วยซ้าย ทว่า ดาเนียล การ์บาฆาล ตามมาบล็อกได้หวุดหวิด

นาที 59 ราชันหนีเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช เปิดให้ คาริม เบนเซม่า โหม่งชงย้อนมาที่ ลูกัส บาสเกซ แปง่ายๆ 2 หลาตุงตาข่าย

เรอัล มาดริด เกือบได้อีกครั้งในนาที 63 คาริม เบนเซม่า ได้โอกาสซัดมุมแคบเต็มแรง โรบิน โอลเซ่น ต้องซูเปอร์เซฟช่วยโรม่าเอาไว้

ช่วงเวลาที่เหลือ โรม่า ไม่สามารถตีไข่แตกจบ จบเกม เรอัล มาดริด บุกชนะ 2-0 เข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนโรม่าตีตั๋วเช่นกันในฐานะอันดับ 2

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โรม่า : โรบิน โอลเซ่น – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, คอสตาส มาโนลาส, เฟเดรีโก้ ฟาซิโอ, อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ – ไบรอัน คริสตานเต้, สตีเว่น เอ็นซงซี่, นิโคโล่ ซานิโอโล่ – สเตฟาน เอล ชาราวี, พาทริค ชิค, เกนกิช อุนแดร์

เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาเอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ วิเอยร่า – ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, มาร์กอส ยอเรนเต้ – ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล

ผู้ตัดสิน : เกลม็องต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส)

 แมรซิเสมอแมนฯ ซิตี้ ไล่ตีเสมอ ลียง ถึง 2 ครั้ง 2 คราก่อนผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 

ลียง (ฝรั่งเศส) 2 – แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)  2

สนาม : กรูปาม่า สเตเดียม

ลียง ที่เคยบุกชนะแมนฯ ซิต้มาได้ 2-1 ในการเจอกันนัดแรกได้ นาบิล เฟคีร์ หายเจ็บหนึกกำลังในเกมรุกร่วมกับ  เมมฟิส เดอปาย และ มักซิม กอร์เน่ต์ ส่วนเรือใบสีฟ้าส่ง 3 แนวรุก ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ลีรอย ซาเน่ พร้อมสู้

เริ่มเกมมานาที 13 ทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างได้ลุ้นโดย ลียง พลาดโอกาสได้ประตูอย่างน่าเสียดายเมื่อ มักซิม กอร์เน่ต์ ได้บอลเปิดฝั่งขวา เมมฟิส เดอปาย กระโดดแปจ่อๆ ไม่กี่หลาแต่วางเท้าไม่ดีเลยโดนผิดเหลี่ยม แมนฯ ซิตี้ เคลียร์ได้และโต้ทันทีก่อนจบด้วยการยิงของ ริยาด มาห์เรซ แต่ว่าบอลตรงตัว อันโธนี่ โลเปส

นาที 15 แมนฯ ซิตี้ ดักบอลเล่นโต้กลับอีกครั้ง ลีรอย ซาเน่ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนล็อกแล้วจ่ายเข้ากลางให้ มาห์เรซ ตามมายิงด้วยซ้ายแต่ก็โดนไม่ดี บอลค่อยๆ ไหลออกหลัง

ลียงมาได้ลุ้นในนาที 24 จากฟรีคิกที่ไกลพอสมควรประมาณ 35 หลาแต่เมมฟิส เดอปาย ตัดสินใจยิงเลยซึ่งก็ทำได้ดีมากที่อัดบอลพุ่งข้ามคานแบบได้ลุ้น

ลียงพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดายในนาที 29 เมื่อโต้เร็วทางฝั่งซ้าย แฟร์กล็องด์ เมนดี้ วิ่งแซงแนรับซิตี้ก่อนเปิดให้ มักซิม กอร์เน่ต์ แต่บอลโดนข้างเท้าเลยยิงจังหวะแรกไม่ได้ พอจะตามซ้ำก็โดน เอเมอริก ลาปอร์กต์ พุ่งบล็อกได้เส้นยาแดงผ่าแปด

นาที 43 แมนฯ ซิตี้ รอดพ้นการเสียประตูอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ  เมมฟิส เดอปายได้ลุยขึ้นทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดให้ มักซิม กอร์เน่ต์ ล้มตัวฟาดด้วยซ้ายระยะ 12 หลา บอลตกพื้นก่อนเด้งกระแทกสามเหลี่ยมอย่างจังทำให้พลาดได้ประตู และจบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

เริ่มครึ่งหลังเป็น ลียง ที่ได้ประตูนำก่อน 1-0 ในนาที 55 จากจังหวะเล่นฟรีคิกในแดนตัวเองรวดเร็ว บอลไปถึง เมมฟิส เดอปาย ทางเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนที่ เดอปาย จะเปิดข้ามฟากไปถึง มักซิม กอร์เน่ต์ ที่ได้โยกหนี อเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ก่อนปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ บอลลอยเสียบเสาไกลงามหยด

แมนฯ ซิตี้ เริ่งเครื่องและเกือบได้เช่นกันในาที 58 มาห์เรซ เปิดบอลจากฝั่งขวาให้ อเกวโร่ โขกเน้นๆ ไม่ถึงสิบหลา  อันโธนี่ โลเปส ซูเปอร์เซฟป้องกันช่วยลียงเอาไว้

นาที 62 เรือใบตามตีเสมอจนได้จากฟรีคิกทางฝั่งขวา ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ดาบิด ซิลบา สอดมาโขกเสาแรกแต่โดนไม่ดี ทว่ากลายเป็นบอลเลยไปถึง เอเมอริก ลาปอร์กต์ ได้โขกเน้นๆ ตุงตาข่าย

ท้ายเกมนาที 81 ลียงนำอีกครั้งจากจังหวะที่ เมมฟิส เดอปาย แทงบอลเข้าช่องให้ มักซิม กอร์เน่ต์ สปีดแซง เอเมอริก ลาปอร์กต์ เข้าเขตโทษก่อนแต่งหาเหลี่ยมยิงด้วยซ้ายผ่าน  เอแดร์ซอน เข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 2 ในนัดนี้ของ กอร์เน่ต์ ด้วย

อย่างไรก็ตาม อีก 2 นาทีถัดมา แมนฯ ซิตี้ ตามตีเสมออีกครั้งจากเตะมุม ริยาด มาห์เรซ เปิดจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ขึ้นโขกเสาแรกก่อนสะบัดหัวส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าไป สกอร์เป็น 2-2

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมไม่มีฝ่ายใดทำประตูชัยกันได้ ทำให้จบเกมเสมอกัน 2-2 แต่แมนฯ ซิตี้ เข้ารอบ

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

โอลิมปิก ลียง : อันโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, เฌเรมี่ โมแรล – ราฟาเอล, ต็องกี เอ็นดอมเบเล่, ฮุสเซ็ม อาอูอาร์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – นาบีล เฟคีร์ – เมมฟิส เดอปาย, มักซิม กอร์เน่ต์

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอเมอริก ลาปอร์กต์, อเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – ริยาด มาห์เรซ, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

ผู้ตัดสิน : จานลูก้า ร็อคคี่ (อิตาลี)

 เฟลไลนี่ฮีโร่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หวุดหวิดหลังเบียดชนะยัง บอยส์ 1-0 จากประตูในช่วงทดเจ็บของ มารูยาน เฟลไลนี่

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช

วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 

แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) 1 – ยัง บอยส์ (สวิตเซอร์แลนด์) 0

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ดปรับทัพส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนหน้าเป้าแทน โรเมลู ลูกากู ส่วน ปอล ป็อกบา หลุดเป็นสำรองโดยมี เฟร็ด ลงตัวจริงในแดนกลางแทน ด้าน อเล็กซิส ซานเชซ ไม่มีชื่อแม้กระทั่งสำรอง

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด หวิดนำเมื่่อตัดบอลได้กลางสนามแงะแทงยาวให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยว ทว่าหัวหอกทีมชาติอังกฤษงัดบอลระยะ 20 หลาข้ามคานอย่างน่าเสียดาย

อีกนาทีถัดมา ผีแดงมีโอกาสอีก เฟร็ด ได้ซัดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ แต่บอลก็ข้ามคานไปอีก

โอกาสยังเป็นของผีแดงในนาที 26  เจสซี่ ลินการ์ด สะกิดบอลให้ แรชฟอร์ด แต่งแล้วยิงด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลพุ่งถากเสาแบบได้เสียวทีเดียว

ทีมเยือนมีโอกาสบ้างในนาที 37 เควิน เอ็มบาบู ไหลบอลให้ ฌอง ปิแอร์ เอ็นซาเม่  หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายเต็มแรงในเขตโทษฝังซ้าย แต่มีกองหลังผีแดงพุ่งมาบล็อกได้หวุดหวิด

ท้ายครึ่งแรก ผีแดงได้โต้ขึ้นทางฝั่งซ้ายโดย แรชฟอร์ด ที่ล็อกแล้วหักเข้ากลาง เฟร็ด เกี่ยวได้ก่อนยิงด้วยซ้ายตรงเส้นเขตโทษ บอลลอยโค้งแต่ไม่พอที่จะเสียบสามเหลี่ยม ทำให้จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังนาที 55 แมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสก่อน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พลิกหาจังหวะยิงในเขตโทษแต่บอลลั่นไปถึง แรชฟอร์ด ตามอัดมุมแคบ แต่วางเท้าไม่ดี บอลเลยเข้าข้างตาข่าย

อีกไม่ถึงนาทีถัดมา ผีแดงทิ้งโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย มารูยาน เฟลไลนี่ ได้วอลเล่ย์จ่อๆ ไม่กี่หลาข้ามคานหลังจาก ดาวิด ฟอน บัลมอส นายทวารยัง บอยส์ ออกมาตัดบอลโด่งไม่ถึง

โชเซ่ มูรินโญ่ แก้เกมในนาที 64 เมื่อถอด เฟร็ด และ เจสซี่ ลินการ์ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา กับ โรเมลู ลูกากู ลงแทนตามลำดับ

ผีแดงเกือบช็อกเป็นฝ่ายตามหลังในนาที 71 เมื่อ ยัง บอยส์ ได้เตะมุม บอลเคลียร์ไม่ขาดตรงแถวเส้นเขตโทษ มิเชล แอบิสเชอร์ ได้ซัดแฉลบทำให้บอลปลิ้นเกือบจะผ่านเส้นประตูเข้าอยู่แล้วแต่ ดาบิด เด เคอา พุ่งปัดปลายมือได้เหลือเชื่อทำให้สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

เกมทำท่าว่าจะเสมออยู่แล้ว แต่ช่วงทดเจ็บ ลุค ชอว์ เปิดบอลไปหน้าเขตโทษให้ ลูกากู โหม่งเช็ดไปถึง เฟลไลนี่ ที่บังบอลโดยมีกองหลังยัง บอยส์ ประกบ แต่แข้งทีมชาติเบลเยียมพลิกตัวแล้วตวัดยิงด้วยขวาส่งบอลตุงตาข่ายอย่างสุดยอด ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดเฉือนชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบพร้อมกับยูเวนตุส

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์, ลุค ชอว์ – มารูยาน เฟลไลนี่, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด – เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด,  อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

  ยัง บอยส์ : ดาวิด ฟอน บัลมอส – เควิน เอ็มบาบู, อาลี โมฮาเหม็ด, สตีฟ ฟอน เบอร์เก้น, โลริส เบนิโต้ – ซานโดร ลัวเปร์ – มิราเล็ม ซูเลย์มานี่, ฌิบริล โซว์, มิเชล แอบิสเชอร์, โรเชร์ อัสซาเล่ – ฌอง ปิแอร์ เอ็นซาเม่

  ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บรืช (เยอรมนี)

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ประกาศให้เกมยูโรปา ลีก ระหว่าง วอร์คลา กับ อาร์เซน่อล เล่นกันที่เคียฟ เนื่องจากหวั่นเกรงในเรื่องความปลอดภัย

ตามโปรแกรมเดิม การแข่งขันคู่นี้จะมีขึ้นที่สนาม สตาดิโอน วอร์คลา อิม ในเมืองโพลตาว่าซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงของยูเครนไปทางตะวันออกราว 300 กิโลเมตร แต่เนื่องด้วยการประกาศกฎอัยการศึกทำให้ยูฟ่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

สถานการณ์ในยูเครนตอนนี้กำลังคุกรุ่นเนื่องจากมีความขัดแย้งกับรัสเซีย โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทหารเรือยูเครน 6 นายได้รับบาดเจ็บจากการถูกหน่วยรักษาชายฝั่งรัสเซียระดมยิงใสเรือบริเวณน่านน้ำไครเมีย พร้อมถูกจับกุมตัวเอาไว้ ส่งผลให้ เปโตร โปโรเชนโก้ ผู้นำยูเครนอาจประกาศกฎอัยการศึก

แถลงการณ์ของยูฟ่าระบุว่า “คณะกรรมการฉุกเฉินของยูฟ่าได้ตัดสินใจย้ายสนามแข่งขันเกมยูโรปา ลีก ระหว่าง วอร์คลา กับ อาร์เซน่อล จากเมืองโพลตาว่าหลังจากมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางเมืองของยูเครน”

“การแข่งขันจะมีขึ้นที่สนาม โอลิมเปียสกี้ สเตเดี้ยม ในเคียฟ วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายนี้ เวลา 18.55 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)”

“ยูฟ่าจะเฝ้าระวังและประเมินถึงสถานการณ์ความปลอดภัยที่ยูเครนในช่วงนี้อย่างต่อเนื่องก่อนตัดสินใจจะเลื่อนเกมการแข่งขันในคู่อื่นหรือไม่”

 พิลวิคตอเรีย พิลเซ่น เร่งเครื่องแซงชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก 2-1 แต่ก็กอดคอกันร่วงทั้งคู่ โดยต้องไปลุ้นแย่งอันดับ 3 เพื่อไปเล่นยูโรปา ลีก กันในนัดสุดท้าย

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

กลุ่ม จี

ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย) 1 – วิคตอเรีย พิลเซ่น (เช็ก) 2

สนาม : สตาดิโอน ลุซนิกิ

นาทีที่ 10 ซีเอสเคเอ มาได้จุดโทษ เมื่อ มิลาน เปเตอร์เซล่า ไปฟาวล์ใส่ จอร์จี้ เชนนิคอฟ ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ ก่อนที่ นิโกล่า วลาซิช จะรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดส่งเจ้าถิ่นนำ 1-0

วิคตอเรีย พิลเซ่น น่าเอาคืนได้จริงๆ ในนาทีที่ 44 เมื่อ เชนนิคอฟ ไปฟาวล์ใส่ ราดิม เรซนิค และเป็น โรมัน โปรชาซก้า ที่รับอาการยิง แต่กลับซัดไปติดเซฟ อีกอร์ อคินเฟเยฟ ทำให้หมดครึ่งแรก ซีเอสเคเอ ยังนำอยู่ 1-0

ในครึ่งหลัง นาทีที่ 56 ทีมเยือนตามตีเสมอ 1-1 จนได้ เมื่อ ยาน โคปิช จ่ายไปให้ โรมัน โปรชาซก้า ซัดด้วยขวาตุงตาข่ายไม่เหลือ แก้ตัวหลังจากยิงจุดโทษไม่เข้าได้สำเร็จ

ยังเป็นเจ้าถิ่นที่มีโอกาส นาที 73 คอนสแตนติส คูชาเยฟ จ่ายไปที่ อาร์นอร์ ซิกูร์ดส์สัน ยิงด้วยซ้ายหน้าเขตโทษ ทว่าบอลก็ติดเซฟ ฮรุสก้า อีกครั้ง

ทว่ากลับเป็น วิคตอเรีย พิลเซ่น ที่มาแซงนำ 2-1 ซะงั้น เมื่อ พาทริค ฮโรซอฟสกี้ เล่นลูกเตะมุมมาถึง ลูคัส เฮย์ด้า โขกบอลระยะเผาขนตุงตาข่ายไม่เหลือ

จากนั้น เจ้าถิ่นก็เหมือนกับเล่นแบบถอดใจ จบเกม วิคตอเรีย พิลเซ่น บุกชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก 2-1 กอดคอตกรอบทั้งคู่ และต้องไปลุ้นอันดับ 3 เพื่อลุยยูโรปา ลีก กันเอง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

 ซีเอสเคเอ มอสโก : อีกอร์ อคินเฟเยฟ – คิริลล์ นาบับกิ้น, โรดริโก้ เบเชา, นิกิต้า เชอร์นอฟ – มาริโอ แฟร์นานเดส, นิโกล่า วลาซิช, คริสเตียน บิสโตรวิช, จอร์จี้ เชนนิคอฟ – อาร์นอร์ ซิกูร์ดส์สัน, อีวาน อ็อบเลียคอฟ – เฟเดอร์ ชาลอฟ

วิคตอเรีย พิลเซ่น : อาเลส ฮรุสก้า – ราดิม เรซนิค, ลูคัส เฮย์ด้า, โรมัน ฮุบนิค, ดาวิด ลิมเบอร์สกี้ – โรมัน โปรชาซก้า, พาทริค ฮโรซอฟสกี้ – มิลาน เปเตอร์เซล่า, อาเลส เชอร์มัค, ยาน โควาริค – โทมัส โชรี่

 ผู้ตัดสิน : แดนนี่ มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

อาแจ็กอาแจ็กซ์ การันตีทะลุเข้ารอบน็อคเอาต์แชมเปี้ยนส์ลีกสำเร็จ เมื่อบุกไปเอาชนะ เออีเค เอเธนส์ 2-0 จากการเหมาของ ดูซาน ทาดิช โดยเจ้าถิ่นเหลือ 10 คนด้วย

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

กลุ่ม อี

เออีเค เอเธนส์ (กรีซ) 0 – อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์) 2

สนาม : โอเอซีเอ สปายรอส หลุยส์

ออกสตาร์ทเกม เจ้าถิ่นได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 6 เมื่อ โรดรีโก้ กาโล่ โยนลูกเตะมุมให้กับ เอเซเกล ปอนเซ่ ขึ้นโหม่งหลุดเสาขวาไป

ผ่านมา 27 นาที โอกาสของ อาแจ็กซ์ บ้าง เฟรงกี้ เดอ ย็อง โยนให้กับ ดาวิด เนเรส โหม่งกดลงพื้นบอลโดนไม่เต็มหัว เข้ามือของ วาซิลิออส บาร์คาส

ครึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน อาแจ็กซ์ ได้ฟรีคิก ลาสเซ่ โชน ปั่นด้วยขวาบอลข้ามคานไป

นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เออีเค เอเธนส์ ได้โอกาส เมื่อ โรดรีโก้ กาโล่ เปิดให้กับ เอเซเกล ปอนเซ่ ซัดด้วยขวาจากระยะแค่ 6 หลาทางกรอบเขตโทษด้านขวา ไปติดเซฟของ อ็องเดร โอนาน่า หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ในครึ่งหลัง นาทีที่ 63 อาแจ็กซ์ น่าจะได้ประตูขึ้นนำอย่างยิ่ง เมื่อ ดูซาน ทาดิช เปิดบอลจากกรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค แหย่ขายิงด้วยขวาจากระยะแค่ 6 หลา บอลไปชนเสาขวาออกมาอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 67 อาแจ็กซ์ ได้จุดโทษจากจังหวะที่ ลาสเซ่ โชน เปิดฟรีคิกจากทางด้านซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษ มาร์โค ลิวาย่า ไปเจตนาใช้แขนขวางบอลไว้ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ ลิวาย่า ออกไป ก่อนที่ ดูซาน ทาดิช รับหน้าที่สังหารด้วยซ้ายส่งบอลเข้ากลางประตูไปช่วยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

พอมีตัวผู้เล่นมากกว่า อาแจ็กซ์ บดหนักทันที และมาหนีห่าง 2-0 ในนาทีที่ 72 จากจังหวะที่ ดาวิด เนเรส พลิกตัวจ่ายคืนหลังให้กับ คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ ตัวสำรองจ่ายต่อออกทางด้านซ้ายให้กับ ดูซาน ทาดิช แปด้วยซ้ายจ่อๆ เบียดเสาแรกเข้าไป

7 นาทีให้หลัง ทีมเยือนได้ลุ้นต่อเนื่อง ดูซาน ทาดิช จ่ายให้กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค กระทุ้งด้วยขวาจากนอกเขตโทษติดเซฟของวาซิลิออส บาร์คาส

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกม อาแจ็กซ์ บุกมาชนะ เออีเค เอเธนส์ ที่เหลือแค่ 10 คนไปได้สวยงาม 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ มีเพิ่มเป็น 11 คะแนน ลอยลำเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

 ชูเอา เปโดร กายารี่ จัดการต่อสัญญากับ ชูเอา เปโดร กองหน้าชาวบราซิเลี่ยนออกไปถึงปี 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ดาวเตะวัย 26 ปีเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับทัพชาวเกาะในวันอังคารที่ผ่านมา และมีการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสร

เขาย้ายมาร่วมทีมซาร์ดิเนียเมื่อปี 2014 และเมื่อปีก่อนก็เพิ่งถูกแบนจากคดีตรวจหาสารกระตุ้นไม่ผ่าน

สำหรับผลงานของ ชูเอา เปโดร นั้นลงเล่นให้ กายารี่ ไปทั้งสิ้น 127 เกม โดยทำไป 34 ประตู และอีก 15 แอสซิสต์